วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558
สมัคร Web Hosting ฟรีพร้อมการใช้งานฐานข้อมูล และ อัปโหลดไฟล์
สมัคร Web Hosting ฟรีพร้อมการใช้งานฐานข้อมูล และ อัปโหลดไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ทรงผมและเครื่องแบบนักเรียนชาย มัธยมศึกษาตอนต้น
ทรงผมและเครื่องแบบนักเรียนชาย มัธยมศึกษาตอนต้น
- ทรงผมของนักเรียนชายระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้ปฏิบัติตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการบันทึกข้อความที่ ศธ. ๐๒๐๙/๑๘๐ ลงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๖ คือให้ไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ หากไว้ผมยาวด้านข้างและด้านหลังต้องยาวไม่เกินตีนผม โดยมีรูปทรงที่สภาพเรียบร้อย ทั้งนี้ในการควบคุมดูแลทรงผมของนักเรียนให้เป็นไปตามระเบียบให้อยู่ในดุลยพินิจของทางโรงเรียน
- เสื้อเชิ้ตแขนสั้น ผ้าขาวเกลี้ยงไม่บางเกินไป ไม่มีลวดลายในเนื้อผ้า ผ่าหน้าตลอดมีสาบอยู่ด้านนอกกว้าง ๔ เซนติเมตร ใช้กระดุมสีขาวกลมแบน มีกระเป๋าหน้าอกด้านซ้าย ๑ กระเป๋า กว้าง ๘-๑๒ เซนติเมตร สอดชายเสื้อไว้ในขอบกางเกงให้เรียบร้อย
- ที่หน้าอกด้านขวาของตัวเสื้อ ให้ปักอักษรย่อทึบ “ส.ร.” ด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ตัวอักษรใช้แบบพิมพ์ธรรมดาของโรงเรียนใต้ “ส.ร.” ปักทึบ “ชื่อ-สกุล” มีขนาดอักษร ๑-๑.๕ เซนติเมตร และใต้ “ชื่อ-สกุล” ให้ปักจุด เครื่องหมายคณะสี ตามระดับชั้นที่กำลังเรียนอยู่
- เข็มขัดให้ใช้เข็มขัดสีดำแบบนักเรียนมองเห็นหัวเข็มขัดชัดเจนเมื่อสอดชายเสื้อไว้ในกางเกง
- กางเกงขาสั้น ยาวเหนือเข่า วัดจากกลางลูกสะบ้า ประมาณ ๕ เซนติเมตร เมื่อยืนตรง ผ้าสีกรมท่าไม่มีลวดลาย ห้ามใช้ผ้ายีนส์ และผ้าเวสปอยด์ ส่วนกว้างของขากางเกง เมื่อยืนตรง ห่างจากขาตั้งแต่ ๘-๑๒ เซนติเมตร ตามขนาดของขานักเรียน ปลายขาพับชายเข้าข้างในกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร มีจีบด้านหน้าข้างละ ๒ จีบ ไม่มีกระเป๋าหลัง ที่สะเอวต้องไม่หลวม เมื่อคลายเข็มขัดออก
- ใช้ถุงเท้าสีขาวเรียบไม่มีลวดลาย ไม่พับ ข้อยาวเพียงครึ่งน่อง ห้ามใช้ถุงเท้าลูกเสือกับเครื่องแบบนักเรียน
- รองเท้าหุ้มส้นสีดำผูกเชือกจะเป็นหนังหรือผ้าใบก็ได้ แต่ห้ามสวมรองเท้าส้นสูง หรือมีลวดลาย รองเท้าผ้าใบต้องไม่ใช่ชนิดขอบขาว เชือกที่ผูกรองเท้าต้องเป็นสีเดียวกับรองเท้า
- หากจำเป็นต้องใช้แว่นสายตาให้ใช้สีสุภาพ
- สายนาฬิกาเป็นโลหะหรือหนังสีสุภาพ ไม่มีลวดลาย
- ห้ามใส่เครื่องประดับ และนำของมีค่ามาโรงเรียน หากเกิดการสูญหายทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ
- ห้ามใส่ต่างหู และเครื่องประดับทุกชนิด
- นักเรียนต้องแต่งชุดพละให้ถูกต้องตามระเบียบ (ใช้รองเท้านักเรียนสีดำ)
- ห้ามติดสติกเกอร์ และเขียนข้อความอื่นๆลงบนกระเป๋า
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ค่าคงที่ (constant)
ค่าคงที่ (constant)
ตัวคงที่ (constant)
ตัวคงที่มีลักษณะคล้ายตัวแปร แตกต่างจากตัวแปรตรงที่
ค่าที่เก็บในตัวคงที่จะคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งจบโปรแกรม
แต่ค่าที่เก็บในตัวแปรสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
การประกาศตัวคงที่
การประกาศตัวคงที่ทำได้ 2 วิธี ดังนี้
1. ใช้คำหลัก const ตามรูปแบบดังนี้
const ชนิดข้อมูล
ชื่อตัวแปร = ค่าคงที่เก็บในตัวแปร;
ตัวอย่าง
การประกาศตัวคงที่โดยใช้คำหลัก const
const int count = 100;
//กำหนดให้ count เป็นตัวคงที่ชนิด int และเก็บค่า 100
const float vat =
0.07; //กำหนดให้ vat เป็นตัวคงที่ชนิด float และเก็บค่า 0.07
const float pi = 3.14159; //กำหนดให้ pi เป็นตัวคงที่ชนิด float และเก็บค่า 3.14159
2. ใช้ตัวประมวลผลก่อน
ตามรูปแบบดังนี้
#define ชื่อตัวคงที่ ค่าคงที่
ตัวอย่าง การประกาศตัวคงที่
โดยใช้ข้อความสั่งประมวลผลก่อน
#define COUNT 100
//กำหนดให้ COUNT เป็นตัวคงที่ชนิด int และเก็บค่า 100
#define VAT 0.07
//กำหนดให้ VAT เป็นตัวคงที่ชนิด float และเก็บค่า 0.07
#define PI 3.14159
//กำหนดให้ PI เป็นตัวคงที่ชนิด float และเก็บค่า 3.14159
การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ (Loop)
การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ (Loop)
การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ (Repetition
& Loop) กระบวนการหนึ่งที่สำคัญในการออกแบบอัลกอริทึม
ก็คือความสามารถในการวนลูปของการทำงานของกลุ่มคำสั่งตามที่นักพัฒนาต้องการ
ดังนั้นสำหรับตอนนี้
ก็จะนำเสนอการพัฒนาโปรแกรมเพื่อให้บางส่วนของคำสั่งสามารถมีการวนซ้ำได้หลายครั้ง
สำหรับคำสั่งที่สามารถใช้ในการเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำในภาษา C ได้แก่ While,
Do-while และ For
โครงสร้างการเขียนนโปรแกรมแบบวนซ้ำโดยยใช้คำสั่ง while (
condition ) // เมื่อ เงื่อนไข (condition) เป็นจริง ก็จะทำการวนซ้ำ ใน statement ถัดไป statement
โครงสร้างการเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำโดยใช้คำสั่ง For คำสัง for สามารถเขียนให้อยู่ในรูปแบบได้ดังนี้ for
( เริ่มต้น ; เงื่อนไข ; เปลี่ยนแปลง ) statement; เมื่อเริ่มต้น
เป็นการกำหนดค่าตัวแปรเริ่มต้นที่ต้องการ ส่วนเงื่อนไขหากค่าลอจิกมีค่าเป็นจริง
ก็จะทำตามในโครงสร้างของการวนซ้ำคือ run คำสั่ง statement แต่ถ้าเป็นเท็จก็จะออกจากโครงสร้างการวนซ้ำ ส่วนเปลี่ยนแปลง
จะทำการปรับค่าของตัวแปรที่ต้องการ
โครงสร้างการเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำโดยใช้คำสั่ง do-while รูปแบบของการเขียน code สำหรับโปรแกรมแบบวนซ้ำที่ใช้ do-while สามารถเขียนให้อยู่ในรูปทั่วไปได้ดังนี้ do
statement while ( เงื่อนไข );
รูปแบบการใช้คำสั่งควบคุมทิศทาง
รูปแบบการใช้คำสั่งควบคุมทิศทาง
คำสั่งควบคุมทิศทางการทำงานของโปรแกรม
จะใช้ในกรณีที่เราพบโจทย์ปัญหาในลักษณะที่มีทางเลือก
หรือมีเงื่อนไขในการเลือกทำงาน เช่น ถ้าสถานการณ์เป็น A ให้ทำงานอย่างหนึ่ง ส่วนถ้าสถานการณ์เป็น B ก็ให้ทำงานอีกอย่างหนึ่งแทน
ในภาษา C คำสั่งที่ใช้สำหรับควบคุมทิศทางการทำงานของโปรแกรม สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ คำสั่ง if, คำสั่ง if-else, คำสั่ง switch…case ซึ่งแต่ละประเภทมีรูปแบบการเรียกใช้คำสั่งดังนี้
คำสั่ง if
คำสั่ง if จะใช้ในกรณีที่มีทางเลือกให้ทำงานอยู่เพียงทางเลือกเดียว
โดยถ้าตรวจสอบเงื่อนไขแล้วเป็นจริง จึงทำงานตามคำสั่ง
รูปแบบการใช้คำสั่ง if กรณีคำสั่งที่ต้องทำงาน 1 คำสั่ง
if (condition)
statement_1
รูปแบบการใช้คำสั่ง if กรณีคำสั่งที่ต้องทำงานมากกว่า 1 คำสั่ง
if (condition)
{
statement_1;
statement_2;
statement_3;
statement_n;
}
คำสั่ง if-else
คำสั่ง if-else จะใช้ในกรณีที่มีทางเลือกให้ทำงาน2 ทางเลือกขึ้นไป
โดยการทำงานของคำสั่ง if-else จะเริ่มจากการตรวจสอบเงื่อนไข
ถ้าผลออกมาจริงจะทำงานตามคำสั่งที่อยู่หลัง if แต่ถ้าการตรวจสอบเงื่อนไขผลออกมาเป็นเท็จ ให้ทำงานตามคำสั่งที่อยู่หลัง else
if (condition)
statement_1;
else
statement_2;
คำสั่ง if-else เชิงซ้อน
คำสั่ง if-else เชิงซ้อน
จะใช้ในกรณีที่มีทางเลือกให้ทำงานแบบหลากหลายทางเลือก
if (condition_1)
statement_1;
else if (condition_2)
statement_2;
else if (condition_n-1)
statement_n-1;
else
statement_n;
คำสั่ง switch…case
คำสั่ง switch…case จะใช้ในกรณีที่มีทางเลือกให้ทำงานหลายทาง
โดยใช้การตรวจสอบเงื่อนไขร่วมกันเพียงครั้งเดียว
ผลการตรวจสอบเงื่อนไขจะถูกนำไปพิจารณาเพื่อเลือกว่าจะทำงานตามทางเลือกใด
switch (variable)
{
case
constant_1 : statement;
break;
case
constant_2 : statement;
break;
case
constant_n : statement;
break;
default :statement;
}
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

